[FIC]Two become one - 40
posted on 27 Jul 2011 21:51 by micky-o-micky-fic in Fic-Two-become-one[FIC]TWO BECOME ONE - Chapter40
Author :: micky o micky
SAD LOVE STORY.
Two Become One 40
Author :: micky o micky
SAD LOVE STORY.
Two Become One 40
“ความจริงยุนโฮไม่ต้องมาก็ได้นะ ฉันมาคนเดียวก็ได้” แจจุงไม่กล้ามองหน้าคนที่นั่งอยู่ข้างๆกัน คนที่แจจุงพูดด้วยนั้นไม่ได้หันมองเขาเลยซักนิด ได้แต่นั่งกอดอก สายตามองไปบนเวทีเดินแบบด้านหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ
“ฉันรู้ว่านายไม่ชอบงานแบบนี้ซักเท่าไหร่ นายจะกลับก่อนก็ได้นะเดี๋ยวฉันกลับเองได้” ร่างบางเหลือบมองสีหน้ายุนโฮอย่างหวาดๆ เห็นยุนโฮขมวดคิ้วเล็กน้อย ได้ยินเสียงถอนหายใจเหมือนรำคาญที่ถูกรบกวน
“ขอโทษนะ” แจจุงรีบหันหน้าไปบนเวทีทันที จ้องมองไปด้านบนอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นกัน แต่ในใจนั้นกลับไม่ได้สนใจสิ่งที่อยู่บนเวทีเดินแบบซักนิด กลับกังวลกลัวว่าเขาทำให้ยุนโฮไม่พอใจอยู่หรือเปล่า
“อย่าพูดอะไรที่มันไร้ความรับผิดชอบอย่างนี้กับฉันอีกเด็ดขาด” เสียงเข้มเอ่ยอย่างแผ่วเบาให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน
“ฉันเป็นถึงประธานแต่กลับไม่มางานของลูกค้ารายใหญ่นายคิดว่าเขาจะรู้สึกยัง ไง ในเมื่อมาแล้วจะกลับก่อนงานเลิกมันก็น่าเกลียดเหมือนกับว่าไม่สนใจอย่างจริง จัง มาแบบขอไปทีให้มันพ้นๆไปน่ะเหรอ แจจุงความรู้นายก็ไม่ได้น้อยไปกว่าฉันเลยนะทำไมถึงคิดได้แค่นี้” ร่างสูงกล่าวต่อว่าแจจุงอย่างรุนแรง จนคนที่ได้ยินน้ำตาแทบไหล
‘ฉัน ไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยนะยุนโฮ ก็แค่ไม่อยากให้นายลำบากใจที่ต้องอยู่ใกล้กันก็เท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรอื่นเลย ขอโทษ ขอโทษที่ฉันพูดอะไรโง่ๆออกไปให้นายรำคาญใจ’
“แล้วนายก็มากับเราจะให้เราทิ้งนายให้กลับเองอย่างงั้นหรอ เราไม่ขาดความรับผิดชอบขนาดนั้นหรอกนะ อย่าพูดอะไรโง่ๆออกมาอีก” ร่างสูงพูดตอกย้ำสิ่งที่แจจุงกำลังคิดอยู่ในใจ
“ฮึก....” ร่างบางกลั้นน้ำตาอย่างสุดกำลัง
“อย่าทำตัวอ่อนแอจะได้ไหม? เห็นนายเป็นอย่างนี้ทีไรมันทำให้ฉันปวดหัวทุกที” ยุนโฮดึงผ้าเช็ดหน้าผืนนุ่มออกมายัดใส่มือของแจจุง
“ไปซะ ไปจัดการกับอารมณ์ของตัวเองซะให้เรียบร้อย ถ้านายยังเป็นอย่างนี้อีกก็อย่ามานั่งในงานนี้” ร่างสูงพูดโดยไม่ได้มองหน้าแจจุงเลย
ร่างบางเงยหน้ามองซีกหน้าด้านข้างของร่างสูง เห็นแต่ความเย็นชาอยู่ในแววตาเท่านั้น แจจุงกัดริมฝีปากตัวเองก่อนลุกขึ้นเดินออกไปนอกงานแสดงแบบของห้องเสื้อที่ เป็นลูกค้ารายใหญ่
.
.
ภาพตรงหน้าดูเลือนลางเหลือเกินสำหรับแจจุง เพราะดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยน้ำตา แจจุงเดินก้มหน้าก้มตาเข้าไปในห้องน้ำนั่งร้องไห้อยู่ในห้องแคบๆอย่างหมด ความอดทนโดยไม่สนใจว่าใครจะมาได้ยิน
พอได้สติก็รู้ว่าตัวเองออกมาจากงานนานเกินไปแล้วกลัวยุนโฮจะว่าเขาได้อีกเลย รีบลุกออกจากห้องน้ำทันที ถึงแม้น้ำตาจะเหือดแห้งไปแต่ดูเหมือนว่าภาพตรงหน้ายังคงพร่ามัวอยู่ แจจุงจับขอบอ่างล้างหน้าค่อยๆคลำทางเดินที่ประตู ภาพด้านหน้าโอนเอนเหลือเกิน เขาพยายามจะคว้าลูกปิดประตูให้เปิดออกแต่กลับคว้าได้แต่เพียงความว่างเปล่า จากนั้นทุกอย่างก็หมุนไปหมด
.
.
‘ขอ โทษยุนโฮ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้นายลำบากเลย อย่างมาสนใจฉันเลย ปล่อยฉันไว้อย่างนี้เถอะ ถ้านายไม่ได้รักฉัน ถ้านายเกลียดก็ปล่อยฉันไว้แบบนั้น’
“เป็นไงบ้างครับคุณหมอ” เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความกังวล ยุนโฮถามหมอที่ยืนดูอาการอยู่ข้างเตียงในห้องพิเศษของโรงพยาบาล
“คนไข้มีอาการเครียดหนัก และดูเหมือนจะพักผ่อนน้อย จากผลการตรวจเลือดทำให้ทราบว่าคนไข้ได้ทานยานอนหลับมาพักใหญ่แล้ว คุณควรระวังหน่อยนะครับ คนไข้ไม่สมควรทานยานอนหลับเลย เพิ่งผ่านการผ่าตัดหัวใจมาไม่นานก็อย่าทำให้เขาไม่สบายใจ ช่วยระวังอย่าให้อะไรมากระทบจิตใจเพราะว่า..” หมอหยุดพูดด้วยสีหน้ากังวล
“เพราะอะไรครับหมอ” มือเย็นเฉียบของยุนโฮบีบมือหมอแน่น
“อาการของโรคหัวใจอาจจะกลับมาอีกน่ะครับ” หมอมองหน้ายุนโฮ
“อะไรนะ!! ก็แจจุงผ่าตัด” ร่างสูงมองแจจุงที่นอนอยู่บนเตียงและหันมามองหมอ
“ครับ การผ่าตัดสำเร็จเป็นไปด้วยดี คุณหมอจุนซูทำได้ดีมาก ถึงแค่การผ่าตัดสำเร็จคนไข้ก็น่าจะหาย แต่ว่าการรักษาหลังการผ่าตัดต่างหากครับที่น่ากังวลมากกว่า ถึงร่างกายจะแข็งแรงแต่ถ้าจิตใจแย่ก็จะทำให้ทุกอย่างในร่างกายแย่ตามไปด้วย” หมอบอกกับยุนโฮ
“แล้วตอนนี้อัตราการเต้นของหัวใจความดันของคุณแจจุงก็อยู่ในระดับน่าเป็นห่วง” ยุนโฮหน้าซีดทันทีที่ได้ยินที่หมอกล่าว
“น่าจะหาเวลาให้คนไข้ได้พักผ่อนระยะยาวนะครับ ถ้ายังไงก็พาเขาไปพักที่ไหนซักที่ที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นนะครับ” หมอพูดกับร่างสูงจบก็เดินออกจากห้องไป ยุนโฮทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง มือยกขึ้นกุมขมับตัวเองรู้สึกปวดหัวจนสมองแทบจะระเบิด
“คุณกำลังทำให้การเสียสละของจองจุนสูญเปล่า” อีกเสียงหนึ่งที่ยุนโฮจำได้ดีว่าเป็นเสียงของใครดังขึ้นตรงหน้าประตูห้อง คนพูดก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ
“คุณชางมิน” ร่างสูงเงยหน้ามองชางมิน
“ผมอาจจะไม่รู้เรื่องระหว่างพวกคุณสามคนดีเท่าไหร่ แต่ที่ผมรู้อย่างเดียวคือตอนนี้ผมอยากให้คุณเลิกยุ่งเลิกทำร้ายแจจุงซักที ไม่ว่าเขาจะเคยทำอะไรให้คุณเสียใจ ขอให้มันจบลงตรงนี้เถอะครับให้แจจุงได้มีความสุขบ้าง” ชางมินนั่งลงข้างๆยุนโฮ
“แล้วคุณคิดว่าถ้าผมหายไปจากชีวิตของแจจุงแล้วแจจุงจะมีความสุขงั้นเหรอ” ยุนโฮถาม
“ผมไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า แต่อย่างน้อยผมมั่นใจว่าแจจุงจะต้องดีขึ้น ผมขอร้องล่ะครับ พูดอย่างลูกผู้ชาย พูดกันตรงๆเลย ผมรู้ว่าแจจุงรักคุณ แต่คุณมีแต่ทำให้แจจุงเจ็บปวด ผมไม่อยากให้คนที่ผมรักเจ็บปวดอีกต่อไปแล้วครับ” ชางมินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“งั้นเหรอ...คุณคงรักแจจุงมากซินะ” ร่างสูงก้มหน้าลงมองมือที่กำแน่นของตัวเอง
“ครับ รักมาก” ชางมินย้ำกับยุนโฮ ร่างสูงหลับตาลงอย่างปวดใจ
“ว่ายังไงครับ คุณจะกรุณาทำตามที่ผมขอคุณได้ไหม” ชางมินถามย้ำอีกครั้ง ยุนโฮยืนขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องเงียบๆโดยไม่ได้ตอบคำถามของชางมิน
‘ทำไม ไม่ดีใจล่ะ คนที่นายรักกำลังจะมีความสุขกับคนที่สามารถหยิบยื่นความรักให้ได้ ทำไมนายไม่ยิ้มล่ะ นายต้องการอย่างนี้มาตลอดไม่ใช่หรือ ถ้านายอยู่ก็ดีแต่จะทำให้คนที่นายรักเจ็บและอ่อนแอ แล้วสุดท้ายนายก็จะต้องเสียใจ ดีแล้วที่รู้ว่ามีคนที่รักแจจุงมาก แต่ทำไมนายถึงพูดออกไปไม่ได้ ... นายจะลังเลอะไร เห็นแล้วไม่ใช่เหรอเพราะความลังเลของนายทำให้ทุกอย่างพังไปหมด’
.
.
“จุนซูทานอะไรหน่อยนะ” ยูชอนพยายามจะป้อนโจ๊กที่เขาลงมือทำเอง แต่ดูเหมือนจุนซูจะไม่ยินดีกับการกระทำนี้เลย
จุนซูได้แต่เบี่ยงหน้าหลบ ไม่ยอมสบตาและไม่ยอมพูดด้วยเลยตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ยูชอนเองก็มานั่งเฝ้าจุนซูทั้งวันไม่ยอมไปไหนเช่นกัน จนล่วงเข้าช่วงเย็นแล้วร่างเล็กก็ยังนอนอยู่บนเตียงเหมือนเดิม
“จุนซู....ทานอะไรหน่อยซิ ไม่ทานมาทั้งวันแล้วนะ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก เป็นหมอไม่สบายซะเองดูไม่ดีเลยนะ” ยูชอนพูดอย่างเป็นห่วง จุนซูส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมาเล็กน้อย
“จะดูดีไปทำไมกัน ในเมื่อคุณไม่เคยเห็นผมดีอยู่แล้วนี่” ประโยคแรกของวันที่จุนซูพูดกับยูชอน ประโยคที่กรีดลึกเข้าไปในหัวใจของร่างสูง
“จุนซู” ยูชอนสีหน้าอ่อนลงไปมาก ไม่แข็งกระด้างเหมือนที่เคยปั้นหน้าใส่อยู่ตลอด แต่แม้จุนซูจะเห็นยูชอนเป็นแบบนี้ มันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลย กลับยิ่งเจ็บปวดมากกว่าเก่า
“คุณมาทำไมกันครับ ตอนนี้ผมไม่พร้อมที่จะบริการอะไรคุณหรอกนะ” ร่างเล็กพูดประชด แต่ไม่ได้พูดเพื่อประชดยูชอน เขาพูดประชดกับความน่าสมเพชของตัวเอง
“จุนซู!!” ยูชอนตกใจ ไม่คิดว่าจุนซูจะพูดออกมาแบบนี้
“และต่อไปผมก็จะไม่พบกับคุณอีก กรุณาไปจากผมเถอะครับ ผมไม่อยากเป็นตัวแทนใครอีกแล้ว ถ้าคุณยังเป็นคนดีอยู่บ้าง หากคุณพอจะมีน้ำใจซักเล็กน้อย ได้โปรดฟังและทำตามคำขอร้องของผมนะครับ” จุนซูเงยหน้ามองร่างสูงด้วยสายตาที่ว่างเปล่าจนยูชอนรู้สึกเจ็บแปลบในอก
“จุนซู” ยูชอนรู้สึกอึ้ง เย็นวาบไปทั้งร่าง รู้สึกได้ว่าจุนซูมองเขาเป็นคนแปลกหน้าไปเสียแล้ว
“ผมขอบคุณล่วงหน้าเลยล่ะกันนะครับ” จุนซูยิ้มให้กับยูชอน ถึงมันจะเป็นยิ้มกว้าง แต่รอยยิ้มนั้นมันว่างเปล่า
ยูชอนเดินออกมาจากห้องนอนของจุนซูเงียบๆ นั่งลงกับพื้นพิงบานประตูที่เย็นเฉียบ เหมือนกับบรรยากาศด้านในห้องที่เย็น เย็นจนปวดไปทั่วร่างกาย
TBC
ได้เวลาเอาคืน!!!!
“ฉันรู้ว่านายไม่ชอบงานแบบนี้ซักเท่าไหร่ นายจะกลับก่อนก็ได้นะเดี๋ยวฉันกลับเองได้” ร่างบางเหลือบมองสีหน้ายุนโฮอย่างหวาดๆ เห็นยุนโฮขมวดคิ้วเล็กน้อย ได้ยินเสียงถอนหายใจเหมือนรำคาญที่ถูกรบกวน
“ขอโทษนะ” แจจุงรีบหันหน้าไปบนเวทีทันที จ้องมองไปด้านบนอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นกัน แต่ในใจนั้นกลับไม่ได้สนใจสิ่งที่อยู่บนเวทีเดินแบบซักนิด กลับกังวลกลัวว่าเขาทำให้ยุนโฮไม่พอใจอยู่หรือเปล่า
“อย่าพูดอะไรที่มันไร้ความรับผิดชอบอย่างนี้กับฉันอีกเด็ดขาด” เสียงเข้มเอ่ยอย่างแผ่วเบาให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน
“ฉันเป็นถึงประธานแต่กลับไม่มางานของลูกค้ารายใหญ่นายคิดว่าเขาจะรู้สึกยัง ไง ในเมื่อมาแล้วจะกลับก่อนงานเลิกมันก็น่าเกลียดเหมือนกับว่าไม่สนใจอย่างจริง จัง มาแบบขอไปทีให้มันพ้นๆไปน่ะเหรอ แจจุงความรู้นายก็ไม่ได้น้อยไปกว่าฉันเลยนะทำไมถึงคิดได้แค่นี้” ร่างสูงกล่าวต่อว่าแจจุงอย่างรุนแรง จนคนที่ได้ยินน้ำตาแทบไหล
‘ฉัน ไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยนะยุนโฮ ก็แค่ไม่อยากให้นายลำบากใจที่ต้องอยู่ใกล้กันก็เท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรอื่นเลย ขอโทษ ขอโทษที่ฉันพูดอะไรโง่ๆออกไปให้นายรำคาญใจ’
“แล้วนายก็มากับเราจะให้เราทิ้งนายให้กลับเองอย่างงั้นหรอ เราไม่ขาดความรับผิดชอบขนาดนั้นหรอกนะ อย่าพูดอะไรโง่ๆออกมาอีก” ร่างสูงพูดตอกย้ำสิ่งที่แจจุงกำลังคิดอยู่ในใจ
“ฮึก....” ร่างบางกลั้นน้ำตาอย่างสุดกำลัง
“อย่าทำตัวอ่อนแอจะได้ไหม? เห็นนายเป็นอย่างนี้ทีไรมันทำให้ฉันปวดหัวทุกที” ยุนโฮดึงผ้าเช็ดหน้าผืนนุ่มออกมายัดใส่มือของแจจุง
“ไปซะ ไปจัดการกับอารมณ์ของตัวเองซะให้เรียบร้อย ถ้านายยังเป็นอย่างนี้อีกก็อย่ามานั่งในงานนี้” ร่างสูงพูดโดยไม่ได้มองหน้าแจจุงเลย
ร่างบางเงยหน้ามองซีกหน้าด้านข้างของร่างสูง เห็นแต่ความเย็นชาอยู่ในแววตาเท่านั้น แจจุงกัดริมฝีปากตัวเองก่อนลุกขึ้นเดินออกไปนอกงานแสดงแบบของห้องเสื้อที่ เป็นลูกค้ารายใหญ่
.
.
ภาพตรงหน้าดูเลือนลางเหลือเกินสำหรับแจจุง เพราะดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยน้ำตา แจจุงเดินก้มหน้าก้มตาเข้าไปในห้องน้ำนั่งร้องไห้อยู่ในห้องแคบๆอย่างหมด ความอดทนโดยไม่สนใจว่าใครจะมาได้ยิน
พอได้สติก็รู้ว่าตัวเองออกมาจากงานนานเกินไปแล้วกลัวยุนโฮจะว่าเขาได้อีกเลย รีบลุกออกจากห้องน้ำทันที ถึงแม้น้ำตาจะเหือดแห้งไปแต่ดูเหมือนว่าภาพตรงหน้ายังคงพร่ามัวอยู่ แจจุงจับขอบอ่างล้างหน้าค่อยๆคลำทางเดินที่ประตู ภาพด้านหน้าโอนเอนเหลือเกิน เขาพยายามจะคว้าลูกปิดประตูให้เปิดออกแต่กลับคว้าได้แต่เพียงความว่างเปล่า จากนั้นทุกอย่างก็หมุนไปหมด
.
.
‘ขอ โทษยุนโฮ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้นายลำบากเลย อย่างมาสนใจฉันเลย ปล่อยฉันไว้อย่างนี้เถอะ ถ้านายไม่ได้รักฉัน ถ้านายเกลียดก็ปล่อยฉันไว้แบบนั้น’
“เป็นไงบ้างครับคุณหมอ” เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความกังวล ยุนโฮถามหมอที่ยืนดูอาการอยู่ข้างเตียงในห้องพิเศษของโรงพยาบาล
“คนไข้มีอาการเครียดหนัก และดูเหมือนจะพักผ่อนน้อย จากผลการตรวจเลือดทำให้ทราบว่าคนไข้ได้ทานยานอนหลับมาพักใหญ่แล้ว คุณควรระวังหน่อยนะครับ คนไข้ไม่สมควรทานยานอนหลับเลย เพิ่งผ่านการผ่าตัดหัวใจมาไม่นานก็อย่าทำให้เขาไม่สบายใจ ช่วยระวังอย่าให้อะไรมากระทบจิตใจเพราะว่า..” หมอหยุดพูดด้วยสีหน้ากังวล
“เพราะอะไรครับหมอ” มือเย็นเฉียบของยุนโฮบีบมือหมอแน่น
“อาการของโรคหัวใจอาจจะกลับมาอีกน่ะครับ” หมอมองหน้ายุนโฮ
“อะไรนะ!! ก็แจจุงผ่าตัด” ร่างสูงมองแจจุงที่นอนอยู่บนเตียงและหันมามองหมอ
“ครับ การผ่าตัดสำเร็จเป็นไปด้วยดี คุณหมอจุนซูทำได้ดีมาก ถึงแค่การผ่าตัดสำเร็จคนไข้ก็น่าจะหาย แต่ว่าการรักษาหลังการผ่าตัดต่างหากครับที่น่ากังวลมากกว่า ถึงร่างกายจะแข็งแรงแต่ถ้าจิตใจแย่ก็จะทำให้ทุกอย่างในร่างกายแย่ตามไปด้วย” หมอบอกกับยุนโฮ
“แล้วตอนนี้อัตราการเต้นของหัวใจความดันของคุณแจจุงก็อยู่ในระดับน่าเป็นห่วง” ยุนโฮหน้าซีดทันทีที่ได้ยินที่หมอกล่าว
“น่าจะหาเวลาให้คนไข้ได้พักผ่อนระยะยาวนะครับ ถ้ายังไงก็พาเขาไปพักที่ไหนซักที่ที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นนะครับ” หมอพูดกับร่างสูงจบก็เดินออกจากห้องไป ยุนโฮทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง มือยกขึ้นกุมขมับตัวเองรู้สึกปวดหัวจนสมองแทบจะระเบิด
“คุณกำลังทำให้การเสียสละของจองจุนสูญเปล่า” อีกเสียงหนึ่งที่ยุนโฮจำได้ดีว่าเป็นเสียงของใครดังขึ้นตรงหน้าประตูห้อง คนพูดก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ
“คุณชางมิน” ร่างสูงเงยหน้ามองชางมิน
“ผมอาจจะไม่รู้เรื่องระหว่างพวกคุณสามคนดีเท่าไหร่ แต่ที่ผมรู้อย่างเดียวคือตอนนี้ผมอยากให้คุณเลิกยุ่งเลิกทำร้ายแจจุงซักที ไม่ว่าเขาจะเคยทำอะไรให้คุณเสียใจ ขอให้มันจบลงตรงนี้เถอะครับให้แจจุงได้มีความสุขบ้าง” ชางมินนั่งลงข้างๆยุนโฮ
“แล้วคุณคิดว่าถ้าผมหายไปจากชีวิตของแจจุงแล้วแจจุงจะมีความสุขงั้นเหรอ” ยุนโฮถาม
“ผมไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า แต่อย่างน้อยผมมั่นใจว่าแจจุงจะต้องดีขึ้น ผมขอร้องล่ะครับ พูดอย่างลูกผู้ชาย พูดกันตรงๆเลย ผมรู้ว่าแจจุงรักคุณ แต่คุณมีแต่ทำให้แจจุงเจ็บปวด ผมไม่อยากให้คนที่ผมรักเจ็บปวดอีกต่อไปแล้วครับ” ชางมินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“งั้นเหรอ...คุณคงรักแจจุงมากซินะ” ร่างสูงก้มหน้าลงมองมือที่กำแน่นของตัวเอง
“ครับ รักมาก” ชางมินย้ำกับยุนโฮ ร่างสูงหลับตาลงอย่างปวดใจ
“ว่ายังไงครับ คุณจะกรุณาทำตามที่ผมขอคุณได้ไหม” ชางมินถามย้ำอีกครั้ง ยุนโฮยืนขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องเงียบๆโดยไม่ได้ตอบคำถามของชางมิน
‘ทำไม ไม่ดีใจล่ะ คนที่นายรักกำลังจะมีความสุขกับคนที่สามารถหยิบยื่นความรักให้ได้ ทำไมนายไม่ยิ้มล่ะ นายต้องการอย่างนี้มาตลอดไม่ใช่หรือ ถ้านายอยู่ก็ดีแต่จะทำให้คนที่นายรักเจ็บและอ่อนแอ แล้วสุดท้ายนายก็จะต้องเสียใจ ดีแล้วที่รู้ว่ามีคนที่รักแจจุงมาก แต่ทำไมนายถึงพูดออกไปไม่ได้ ... นายจะลังเลอะไร เห็นแล้วไม่ใช่เหรอเพราะความลังเลของนายทำให้ทุกอย่างพังไปหมด’
.
.
“จุนซูทานอะไรหน่อยนะ” ยูชอนพยายามจะป้อนโจ๊กที่เขาลงมือทำเอง แต่ดูเหมือนจุนซูจะไม่ยินดีกับการกระทำนี้เลย
จุนซูได้แต่เบี่ยงหน้าหลบ ไม่ยอมสบตาและไม่ยอมพูดด้วยเลยตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ยูชอนเองก็มานั่งเฝ้าจุนซูทั้งวันไม่ยอมไปไหนเช่นกัน จนล่วงเข้าช่วงเย็นแล้วร่างเล็กก็ยังนอนอยู่บนเตียงเหมือนเดิม
“จุนซู....ทานอะไรหน่อยซิ ไม่ทานมาทั้งวันแล้วนะ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก เป็นหมอไม่สบายซะเองดูไม่ดีเลยนะ” ยูชอนพูดอย่างเป็นห่วง จุนซูส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมาเล็กน้อย
“จะดูดีไปทำไมกัน ในเมื่อคุณไม่เคยเห็นผมดีอยู่แล้วนี่” ประโยคแรกของวันที่จุนซูพูดกับยูชอน ประโยคที่กรีดลึกเข้าไปในหัวใจของร่างสูง
“จุนซู” ยูชอนสีหน้าอ่อนลงไปมาก ไม่แข็งกระด้างเหมือนที่เคยปั้นหน้าใส่อยู่ตลอด แต่แม้จุนซูจะเห็นยูชอนเป็นแบบนี้ มันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลย กลับยิ่งเจ็บปวดมากกว่าเก่า
“คุณมาทำไมกันครับ ตอนนี้ผมไม่พร้อมที่จะบริการอะไรคุณหรอกนะ” ร่างเล็กพูดประชด แต่ไม่ได้พูดเพื่อประชดยูชอน เขาพูดประชดกับความน่าสมเพชของตัวเอง
“จุนซู!!” ยูชอนตกใจ ไม่คิดว่าจุนซูจะพูดออกมาแบบนี้
“และต่อไปผมก็จะไม่พบกับคุณอีก กรุณาไปจากผมเถอะครับ ผมไม่อยากเป็นตัวแทนใครอีกแล้ว ถ้าคุณยังเป็นคนดีอยู่บ้าง หากคุณพอจะมีน้ำใจซักเล็กน้อย ได้โปรดฟังและทำตามคำขอร้องของผมนะครับ” จุนซูเงยหน้ามองร่างสูงด้วยสายตาที่ว่างเปล่าจนยูชอนรู้สึกเจ็บแปลบในอก
“จุนซู” ยูชอนรู้สึกอึ้ง เย็นวาบไปทั้งร่าง รู้สึกได้ว่าจุนซูมองเขาเป็นคนแปลกหน้าไปเสียแล้ว
“ผมขอบคุณล่วงหน้าเลยล่ะกันนะครับ” จุนซูยิ้มให้กับยูชอน ถึงมันจะเป็นยิ้มกว้าง แต่รอยยิ้มนั้นมันว่างเปล่า
ยูชอนเดินออกมาจากห้องนอนของจุนซูเงียบๆ นั่งลงกับพื้นพิงบานประตูที่เย็นเฉียบ เหมือนกับบรรยากาศด้านในห้องที่เย็น เย็นจนปวดไปทั่วร่างกาย
TBC
ได้เวลาเอาคืน!!!!
