micky-o-micky-fic View my profile

[FIC]Prisoner of love :: 18 :: [2u]

posted on 16 Dec 2009 14:27 by micky-o-micky-fic  in Fic-Prisoner-of-love-2U

Prisoner of love :: 18 ::

 

            "ยูชอน นายอย่าทำแบบนี้เลยนะ!.... กลับเถอะยูชอน......" น้ำเสียงของคนพูดดูเหนื่อยใจไม่น้อย เพราะว่าคนที่เขาพูดด้วยนั้นนอกจากจะไม่สนใจเขาแล้วซ้ำยังเอาแต่นั่งดื่มเหล้าอยู่ในที่ๆไม่น่าอยู่เสียอีก ซิวอนมองไปรอบๆตัวเห็นแต่ป้ายสลักชื่ออยู่หนือหลุมฟังศพในสุสานเล็กๆที่ทว่าความน่ากลัวนั้นไม่ได้เล็กเหมือนกับพื้นที่เลยซักนิด

                ซิวอนตามยูชอนมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อตอนบ่ายคล้อย เพราะจู่ๆคนที่เอาแต่นอนร้องไห้ก็ลุกขึ้นจากเตียงในสภาพเหมือนคนไร้วิญญาณ แต่ยูชอนก็ยังอุตส่าห์ขับรถมาจนถึงโบสถ์เล็กๆแห่งหนึ่งได้ปลอดภัยอย่างไม่น่าเชื่อโดยที่เขาขับรถตามมาตลอด ส่งนแจจุงนั้นหนีกลับไปก่อนโดยอ้างเหตุผลว่าต้องรีบไปเข้าเรียนเพราะว่าไม่อยากขาดเรียนอีกแล้วกลัวพ่อจะจับได้ แต่เหตุผลจริงๆที่ทำให้เพื่อนตัวดีลุกลี้ลุกรนอยากไปจนเนื้อตัวสั่นนั่นคงไม่พ้นเด็กนอกที่แจจุงหวังจะจัดการให้อยู่หมัด ซิวอนเองก็ไม่อยากยุ่งด้วยเลยปล่อยให้แจจุงกลับไปก่อน ส่วนเขาเพราะเป็นห่วงยูชอนแท้ๆเลยต้องมานั่งหวาดผวาอยู่ตรงหน้าหลุมศพที่ยืนยันอย่างแน่ชัดได้ว่า จีฮเยนั้นจากโลกนี้ไปแล้ว

                ริมฝีปากอิ่มฉ่ำไปด้วยหยาดหยดจากน้ำเมาที่ยูชอนพยายามดื่มเพื่อให้ลืมความทุกข์โศก แต่ดูเหมือนยิ่งดื่มความทุกข์จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  ปลายนิ้วเรียวที่พันผ้าปิดรอยแผลที่เกิดจากการที่ยูชอนพยายามยามขุดพื้นดินนั้นตอนนี้กลับมาแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ ซิวอนเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะยิ่งห้ามยูชอนก็จะยิ่งทุบยิ่งขุดบริเวณหลุมศพ ไม่รู้ว่าจะเอาร่างด้านใต้นั่นขึ้นมาเพื่ออะไร

                "ยูชอน!! อย่าทำแบบนี้เลยนะขอร้องล่ะ ฉันเป็นห่วงนายมากนะ  กลับกันเถอะนะยูชอน !!.... นายอย่าดื่มอีกเลย" ซิวอนทำได้เพียงแค่แย่งขวดเหล้าที่ยูชอนกำลังจะยกขึ้นจ่อที่ริมฝีปากอีกครั้ง ร่างสูงโยนขวดเหล้าออกไปให้ห่างจากยูชอน

                "ฮึก...ฮือ.....ซิวอน!! บอกเราทีว่าทำไม...........ทำไม...... !! .... คนที่เรารักถึงไม่มีใครอยู่กับเราเลยซักคน ฮือ... ทำไม!!" ยูชอนหันมากระชากคอเสื้อร่างสูงที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ ปลายนิ้วเปรอะเปื้อนหยาดเลือดผสมกับดินเหนียวๆเลอะเต็มคอเสื้อร่างสูงทำเอาเขาแทบอยากอาเจียน

                "ยูชอน!!~ นายมีสติหน่อยได้ไหม คนจากไปแล้วก็ปล่อยให้เขาไปดีซิ นายจะมาเรียกร้องถึงเขาทำไมกัน!!... ทำไมนายไปมองคนที่อยู่ตรงหน้านายล่ะยูชอน!! ทำไมยังมัวแต่คิดถึงนังนั่นอยู่ได้" ซิวอนตะคอกใส่หน้ายูชอนอย่างลืมตัว ดีนะว่าที่ร่างบางกำลังอยู่ในอารมณ์มึนเมาเลยไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่ซิวอนพูด หรือจะเรียกได้ว่าไม่สนใจคำพูดของซิวอนเสียมากกว่า

                "จีฮเย...พี่ทำอะไรผิด.........." ยูชอนทิ้งตัวลงนอนหมอบกับพื้นเหมือนคนหมดแรง ดวงตาบวมช้ำเอาแต่จ้องรูปตรงแผ่นหินสลักไม่วางตา จนในที่สุดซิวอนก็ทนไม่ไหว ร่างสูงตัดสินใจอุ้มยูชอนขึ้นพาดบ่าไปทันทีโดยไม่สนว่าคนบ่นบ่านั้นจะกร่นด่าตัวเองหรือจะทุบตีตนแค่ไหน ขอเพียงแค่ออกไปจากสถานที่น่าอัดอัดนี้ได้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง เพราะเขาไม่สามารถนั่งอยู่หน้าหลุมศพจีฮเยได้อีกแล้ว เขากลัวเหลือเกิน กลัวว่าคนในหลุมจะลุกขึ้นมาพูดความจริงกับยูชอน

                "ปล่อยนะไอ้งี่เง่า!!... ปล่อยกู....." ด้วยความที่โดนคนอื่นขัดใจเลยทำให้ร่างบางยิ่งอารมณ์แปรปรวน ยูชอนพยายามดิ้นให้หลุดจากมือหนาที่อุ้มเขาขึ้นรถ  พอซิวอนจับยูชอนขึ้นรถได้เจ้าตัวก็รีบออกรถไปอย่างรวดเร็ว กว่าจะมาถึงยังที่บ้านของเขาได้นั้นเล่นเอาซะเกือบเจออุบัติเหตุไปหลายครั้ง เพราะยูชอนพยายามทำให้เขาจอดรถให้ได้ เขาเลยตัดสินใจทำรุนแรงกับร่างบางไปเพื่อให้ยูชอนนั้นหมดสติ

                "ขอโทษด้วยนะยูชอน ก็นายไม่ยอมฟังเองนี่นา" ปลายนิ้วเรียวไล้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาของยูชอน ดวงตาคมกริบจับจ้องยังริมฝีปากอิ่มที่บวมช้ำ นิ้วเรียวค่อยๆบรรจงไล้ความอุ่นนุ่มอย่างแผ่วเบา อารมณ์เคลิบคลิ้มนำพาให้ซิวอนค่อยก้มลงช้าๆ ริมฝีปากหยักเชิดขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่นอนอยู่บนเตียงนอนของเขากำลังนอนนิ่งอย่างสงบ

                ซิวอนค่อยๆแนบริมฝีปากของตนลงไปช้าๆเพื่อสัมผัสกับความนุ่มนวลที่เขาอยากครอบครองมานานแล้วแต่ว่าความเป็นเพื่อนทำให้เขาต้องพยายามหักห้ามใจอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ตอนนี้เขาจะไม่ทนอีกต่อไป ยิ่งทำให้ยูชอนเป็นของเขาเร็วเท่าไหร่จะยิ่งดีต่อเขาและผลประโยชน์ที่ครอบครัวเขาจะได้รับ แม้ว่าประเด็นหลังนี้ซิวอนจะไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่สำหรับเขาแล้วการได้ครอบครองยูชอนก็เหมือนกับว่าเขาได้ทุกอย่างที่อยากได้มาไว้ในมือแล้ว

            "ฮึก...อื้อ..." เสียงครางอื้ออึงด้วยความอัดอัดดังขึ้นมาจากลำคอของยูชอน ร่างบางกำลังรู้สึกตัวเพราะความอัดอัดและความร้อนของบางอย่างที่กำลังรุกรานริมฝีปากของตนเอง คิ้วเรียวค่อยๆขมวดขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเล็กพยายามเบือนหนีสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัว แต่ว่าปลายคางของยูชอนกลับถูกมือหนาข้างหนึ่งของซิวอนจับยึดไว้ไม่ให้เบือนหน้าหนีเขาไปได้ ส่วนอีกมือหนึ่งของซิวอนกำลังลูบไล้ต่ำลงไปยังชายเสื้อหลุดลุ่ยของร่างบาง มือหนาลูบไล้หน้าท้องเนียนบางที่ขึ้นรอยฟกช้ำเล็กน้อยเพราะโดนเขาชกไปอย่างหนักเหมือนกันตอนที่ทำให้ยูชอนสงบลง

                "ฮึก..อย่า..!!~...อื้อ......ปล่อยเรา!....ฮึก.....คนเลวอย่างนาย!!........." เสียงครางหวิวของยูชอนทำเอาคนที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับรสชาติหอมหวานของริมฝีปากอิ่มหยุดชะงัก ร่างสูงขนลุกชันไปทั้งตัวเพราะนึกว่ายูชอนเดาเรื่องทั้งหมดออก แต่แล้วความแปลกใจก็กลับเข้ามาแทนที่ความตกใจ เพราะประโยคหลังจากนั้น

            "ยุนโฮ!...ปล่อย!!~ ไอ้คนสารเลว...ปล่อยเรา" มือเล็กเลื่อนขึ้นดันแผ่นอกของซิวอนพยายามผลักดันให้ร่างสูงถอยห่างไปจากตนทั้งๆที่ไม่ยอมลืมตาขึ้นมาดูเลยว่าคนที่ตัวเองกำลังพูดด้วยนั้นคือใคร

                "ยูชอน!~... นายพูดถึงใครอยู่" คิ้วเข้มชนจันจนแทบมัดกันเป็นปมได้อยู่แล้ว มือหนาจับข้อมือเล็กทั้งสองของยูชอนขึ้นกดแขนทั้งสองข้างของร่างบางขึ้นเหนือหัวกับเบาะนุ่ม

                "ปล่อย!!.......... ฮือ....ยังไม่พอใจอีกหรอไง คนสารเลว" ใบหน้าของยูชอนเริ่มขึ้นสี ลมหายใจของร่างบางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นจนซิวอนรู้สึกได้ แต่มือหนายังไม่ยอมปล่อยข้อมือเล็กทั้งสอง เพราะเขารู้สึกขัดใจที่ได้ยินยูชอนกำลังเอ่ยชื่อใครที่เขาไม่รู้จักให้ได้ยิน และดูท่าเหมือนว่าเจ้าของชื่อจะมีความสัมพันธ์ที่ท่าทางจะไม่ธรรมดากับยูชอนซะด้วย

                "ยูชอน!!" ซิวอนกำข้อมือของยูชอนซะแน่นทำให้คนที่กำลังตกอยู่ในความทรงจำอันเลวร้ายรู้สึกตัวขึ้นทันที

                "ไม่!!..." ดวงตาช้ำเบิกโพรงขึ้นด้วยความตกใจ ยูชอนหันซ้ายหันขวาอีกครั้งมองไปรอบๆห้องเหมือนคนที่กำลังหวาดกลัวสิ่งใดซักอย่างยิ่งทำให้ซิวอนรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก เพราะทั้งๆที่เขาอยู่ตรงหน้าแต่ยูชอนกลับเมินเฉยใส่เขาทำเหมือนไม่เห็นเขามีตัวตนอยู่ในที่นี้

                "ยูชอน!! ...นายเป็นอะไร" มือหนาค่อยๆคลายข้อมือเล็กที่เกิดรอยแดงช้ำจากการกอบกุมของมือหนาทันที ยูชอนนอนหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

                "เราอยู่ไหน" ยูชอนมองไปรอบๆห้องที่ไม่คุ้นตา เอ่ยถามเอากับซิวอนที่นั่งสีหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ข้างๆ

                "บ้านฉันเอง...เอ่อ ... ขอโทษนะที่ทำร้ายนาย" ไม่พูดเปล่ามือของซิวอนกำลังเลื่อนลงลูบไล้ที่หน้าท้องของร่างบาง ยูชอนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเล็กน้อยก่อนขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงยืนโอนเอนโดยมีซิวอนประคองไม่ห่าง

                "นายพักที่นี่ซักคืนเถอะยูชอน... ดึกขนาดนี้แล้วอย่ากลับเลยนะ" ซิวอนพยายามดันยูชอนให้ลงนอนเหมือนเดิมแต่ร่างบางกลับผลักไสเขา

                "ไม่... เราจะไปหาจีฮเย" ยูชอนพยายามทรงตัวไปให้ถึงประตูห้องนอนของร่างสูง แต่มือหนารวบเอวบางไว้ก่อนแล้วโอบกระชับยูชอนเข้าไว้ในอ้อมกอดอย่างแนบแน่น

                "ทะ...ทำอะไรน่ะซิวอน!" ยูชอนตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆซิวอนก็ดึงเขามากอดแบบนี้ เพราะเพื่อนเขาไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนเลย ถึงแม้จะทำเพราะความเป็นห่วงแต่แบบนี้มันรู้สึกแปลกๆสำหรับยูชอน

            "ปล่อย!.... นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยซิวะ!!" ด้วยความที่คิดว่าอีกฝ่ายยังเป็นเพื่อนตนเสมือนอย่างที่เคยเป็น จึงพูดจาเหมือนเดิมด้วยความเคยชิน ทั้งๆที่ซิวอนเองก็น่าจะชินหูได้แล้วกับคำพูดและคำแข็งกระด้างที่ยูชอนยังคงใช้เหมือนอย่างเก่า แต่ว่าตอนนี้เขาดูเหมือนจะไม่พอใจที่จะได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้จากยูชอน

                "ถ้าปล่อยนายก็ได้ไปนั่งอยู่ในที่อย่างนั้นอีก ฉันไม่ปล่อยนายให้ไปอีกแล้วยูชอน" ซิวอนกระชับวงแขนแน่นจนยูชอนรู้สึกปวดร้าวไปถึงกระดูก ทั้งยังความรู้สึกขยะแขยงที่แล่นอยู่ทั่วกายนี่อีก

                "ที่อย่างนั้น !!~ ที่แบบไหนกันซิวอน นายพูดให้มันดีๆหน่อยนะ!" ยูชอนพยายามยันแขนตัวเองไว้กับอกแกร่งของอีกฝ่าย ดวงตาแดงก่ำเหลือบมองหน้าซิวอนด้วยความไม่พอใจอย่างมาก จนร่างสูงยอมปล่อยเขาออกจากวงแขนอึดอัดแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยข้อมือของเขาอยู่ดี

                "ยูชอน!... นายจะไปทำไม .. ฉันรู้ว่านายรักจีฮเยมาก...." ร่างสูงกัดฟันพูดด้วยความคับแค้น เพราะเขารู้สึกเกลียดชังหญิงสาวคนนี้มาตลอดที่ได้ความรักจากยูชอน "ไม่ว่านายจะทำยังไง จีฮเยก็ไม่มีทางฟื้นขึ้นมารักนายหรอกยูชอน! นายจะทำให้คนอื่นเป็นห่วงกันไปถึงไหน"

                "ก็เพราะคนพวกนั้นเป็นคนอื่นน่ะซิ ทำไมเราถึงต้องแคร์มัน!!....... จีฮเยไม่ใช่คนอื่น! จีฮเยเป็นคนที่เรารัก!"

                "แล้วยัยนั่นมันรักนายหรือเปล่า!! ถ้านังแพศยานั่นมันรักนายทำไมมันถึงร่านไปนอนกับคนอื่น!" ด้วยความโกรธเลนทำให้ซิวอนเผลอสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป ทั้งซิวอนและยูชอนต่างนิ่งเงียบ ทั้งคู่กำลังอึ้งกับสิ่งที่พูดและสิ่งที่ได้ยิน

                "นาย!..... นายว่าไงนะซิวอน!...นายว่าใครนังแพศยา!~.... นายว่าใครนอนกับใคร...." เปลี่ยนมาเป็นมือเล็กจับข้อมือหนาไว้แน่น ถึงแม้แรงบีบจะไม่สามารถทำให้ซิวอนเจ็บมากเท่าไหร่แต่มันก็ทำให้ร่างสูงพยายามที่จะถอยหนี

                "ยูชอน! เอ่อไม่ได้ ....ฉันไม่ได้ตั้งใจ" ยังไม่ทันที่ซิวอนจะทันได้แก้ตัวอะไรก็โดนยูชอนส่งหมัดเข้าเต็มมุมปากอย่างแรงจนเลือดกลบปาก ร่างสูงทำท่าจะหันกลับมาเอาเรื่องแต่เมื่อเจอสีหน้าของยูชอนทำให้ต้องระงับอารมณ์เอาไว้ แล้วเขาเองก็ไม่สมควรที่จะทำอะไรด้วยความร้อนใจอีกแล้ว

                "ถ้านายยังดูถูกจีฮเยอีกล่ะก็ซิวอน เรากับนายเลิกเป็นเพื่อนกัน" ยูชอนกำมือแน่นด้วยความโมโห

                "ขอโทษยูชอน...ขอโทษ.... เพียงแต่ฉันทนไม่ได้ที่เห็นนายเจ็บปวด.... สาบานได้เลยจะไม่พูดอย่างนั้นอีก ..." ซิวอนปรับสีหน้าให้อ่อนลงทันที ค่อยเดินเข้าหายูชอนก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด มือหนาจับฝ่ามือเล็กมากุมไว้อย่างแผ่วเบา

                "นายอย่าปัดความหวังดีของฉันเลยนะยูชอน" ดวงตาคมเข้มมองร่างบางอย่างออดอ้อน ทั้งๆยูชอนโกรธซิวอนอย่างมากแต่เขาก็ต้องระงับอารมณ์เอาไว้ เพราะมันก็มีส่วนถูกอย่างที่ซิวอนว่าเพียงแต่ยูชอนไม่อยากยอมรับและไม่อยากให้ใครว่าคนที่เขารักถึงแม้ว่ามันจะเป็นความจริงก็ตาม และตอนนี้ยูชอนก็ไม่อยากเสียเพื่อนที่มีอยู่น้อยนิดไปอีก เพราะตอนนี้เขาไม่เหลือใครอีกแล้ว

                "ยูชอน..." เสียงนุ่มเรียกชื่อยูชอนอีกครั้ง มือหนาค่อยๆดึงให้ยูชอนกลับมานั่งลงบนเตียงเช่นเดิม ซิวอนเดินออกไปนอกห้องหยิบอุปกรณ์ทำแผลเข้ามาในห้องอีกครั้ง ค่อยๆทำแผลที่นิ้วเรียวที่มีสภาพน่ากลัว

                "คืนนี้นายนอนที่ห้องนี้นะยูชอน เดี๋ยวฉันนอนข้างนอกเอง" พอทำแผลให้ยูชอนเสร็จร่างสูงก็ดันให้ยูชอนลงนอนพักผ่อน ยูชอนเองก็เพลียเสียจนแทบลืมตาไม่ไหวแล้วเลยทิ้งตัวลงนอนอย่างว่าง่าย ซิวอนยืนมองร่างบางที่ค่อยๆหลับลงด้วยความเหนื่อยอ่อนก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะปรากฎบนสีหน้าอีกครั้ง ร่างสูงหัวเราะในลำคอเบาๆ มองยูชอนอีกซักพักแล้วเดินออกไปจากห้องเพื่อไปนั่งคิดหาแผนการณ์บางอย่างที่จะทำให้ยูชอนไว้ใจเขาให้มากกว่าเดิม

 

YUNHO X YUCHUN

 

            หลังจากที่แจจุงหาเรื่องออกมาจากบ้านของยูชอนชายหนุ่มก็รีบร้อนมายังมหาลัยทันที ดวงตาเจ้าเล่ห์มองนาฬิกาข้อมือตัวเองตลอดเวลาตั้งแต่ออกมาด้วยความกระวนกระวาย เพราะป่านนี้คาบเรียนแรกคงหมดไปแล้ว ทำให้เขาเสียโอกาศที่จะนั่งเรียนโต๊ะเดียวกันกับจุนซู เพราะคาบแรกนั้นพวกเขาอยู่กลุ่มเดียวกัน คิดแล้วก็น่าหัวเราะอย่างสะใจไม่น้อย ทั้งๆที่จุนซูเกลียดเขาเสียยิ่งกว่าอะไรเขาเองก็รู้ดี แต่จับผลัดจับผลูต้องมาทำงานกลุ่ม ไม่ใช่ว่าเพราะเขาโง่เรียนไม่เอาไหน แต่เพราะว่านิสัยของพวกเขาต่างหากทำให้ไม่มีใครอยากจะเอาทั้งซิวอน เขา และ จุนซูเข้าร่วมกลุ่ม และยังยูชอนที่หายหน้าไม่ยอมมาเรียนอีกเป็นเดือนเลยทำให้พวกเขาทั้งสี่คนต้องมาอยู่กลุ่มเดียวกัน

            เมื่อจอดรถในลานจอดหน้าอาคารเรียนเสร็จแจจุงก็รีบวิ่งขึ้นตึกทันที เขามาถึงมหาลัยก็ช่วงเที่ยงของวันคงจะยังไม่มีใครขึ้นมาบนห้องแน่ๆ แจจุงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายเพราะเขาชวดคาบเรียนแรกไป ไม่เคยเลยซักครั้งที่เขาจะรู้สึกว่าตัวเองกระตือรือร้นอยากมามหาลัยได้เท่าวันนี้  หลังจากที่หายหน้าไปเป็นอาทิตย์ เพราะสภาพใบหน้าที่โดนเจ้าลูกน้องของบอดี้การ์ดร่างสูงที่ชอบเดินตามก้นงามของจุนซูซ้อมนั้นทำเอาเขาหน้าตาหมดหล่อไปพอสมควร

                ร่างสูงโปร่งหอบหายใจจนตัวโยน แจจุงก้มเงยหน้าขึ้นสูดอากาศเย็นๆอย่างแรงให้อากาศบาดเข้าไปในปอด มือแกร่งเปิดประตูบานเลื่อนอย่างแรงโดยไม่เกรงใจคนในห้อง เพราะเวลาเช่นนี้ทุกคนคงไปที่ห้องอาหารกันหมด แต่ว่ากลับผิดคาด เสียงบานประตูที่กระแทกกับขอบประตูอย่างแรงทำเอาคนที่กำลังนั่งเหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่างห้องเรียนนั้นสะดุ้งตกใจจนอุทานออกมาเสียงดัง

                "นะ...นา..ย....!!" จุนซูเบิกตากว้าง เขาไม่ทันตั้งตัวเลยที่จู่ๆแจจุงก็เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาแบบนี้ ร่างเล็กลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เรียวขารีบจ้ำเดินไปยังประตูด้านหลังห้องโดยอัตโนมัติอย่างไม่ต้องคิดอะไรทั้ง เพราะในห้องมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่นั่งอยู่ และผู้มาใหม่ก็คือแจจุง แล้วใครจะโง่อยู่กับนักเลงหัวไม้อย่างแจจุงในห้องเพียงสองคน

                เพราะความเบื่อหน่ายในรสชาติอาหารที่ไม่ได้เรื่องบวกกับจุนซูไม่มีใครเป็นเพื่อนเลยซักคนเดียวทั้งที่เข้ามาเรียนได้เดือนหนึ่งแล้วเลยทำให้ร่างเล็กต้องมานั่งจ๋องอยู่บนห้องคนเดียว แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกน้อยอกน้อยใจอะไรมากมายนักที่เพื่อนๆร่วมชั้นปีไม่สนใจ เพราะเขาก็ไม่สนใจใครเหมือนกัน แต่พอนานๆมันก็รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนกันแต่ว่าด้วยความที่เขาเป็นคนหยิ่งไม่ยอมเข้ากับใครก่อนก็เลยต้องทำใจรับสภาพที่ตัวเองเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง

                "จะรีบไปไหนล่ะฮึ!" มือหนามาขวางหน้าจุนซูทันพอดีก่อนที่ร่างเล็กจะเปิดประตูหลังห้องหนีออกไป จุนซูเบิกตากว้างเรียวขาก้าวถอยหลังหนีชายหนุ่มทันที แต่ว่าดวงตาเล็กยังไม่วายเชิดขึ้นอย่างท้าท้าย

                "นายยังไม่ตายหรอกหรอ"

                ความจริงเขาก็ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดดีๆจากจุนซูอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจุนซูพูดจาถากถางได้ถึงขนาดนี้ นี่คนตัวเล็กข้างหน้าคงจะเกลียดเขาเข้าไปถึงกระดูกเลยจริงๆ แต่ก็นั่นล่ะ เล่นไปข่มขืนเขาซะขนาดนั้นซ้ำยังบังคับให้ทำอะไรที่น่าอายกับร่างกายเขาอีก จะให้ได้ยินร่างเล็กเอ่ยว่าคิดถึงก็คงเป็นไปไม่ได้

                "นอกจากหน้าด้านแล้วหนังยังเหนียวอีก พวกคนเลวๆนี่มักจะตายยากกันจริงนะ" คนพูดเชิดหน้าใส่ยิ้มเยาะเพราะถูกใจกับคำพูดของตัวเองมากมาย จริงๆแล้วจุนซูก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะปากกล้าขนาดนี้ ถ้าจะให้บอกว่าตัวเองนั้นเป็นคนที่ไม่ว่าใครๆเข้าใกล้แล้วต้องชื่นชมในความน่ารัก สดใสของตนตอนนี้ก็คงจะไม่มีใครเชื่อ แต่ความจริงแล้วจุนซูเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เวลาอยู่ต่อหน้าแจจุงแล้วเขาถึงได้เกิดอารมณ์หมั่นไส้ รู้สึกเกลียดจนแทบอยากจะตรงเข้าทำร้ายให้สะใจแต่ด้วยรู้ว่าตัวเองสู้แรงของอีกฝ่ายไม่ได้แน่ๆเลยทำได้แต่ปากกล้าเชิดใส่ อย่างน้อยเขาก็ได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นต่อคนๆนี้ออกมาได้บ้างไม่งั้นหัวคงระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ

                "คงงั้นมั้ง ในนรกคงไม่มีที่ว่างพอแต่จะให้ขึ้นสวรรค์ก็คงไม่ได้เลยต้องอยู่ที่นี่ไง" แจจุงเดินตรงเข้าหาร่างเล็กที่ถอยหนีเรื่อยๆ จุนซูยักไหล่ขึ้นเบะปากเล็กน้อยทำหน้าเอือมกับคำพูดของคนที่ไม่ว่าด่ายังไงก็ไม่รู้สึกรู้สา

                "ถอยห่างจากเราเลยนะ ไม่เข็ดหรือไง หรืออยากเจ็บตัวอีก!!" จุนซูพูดขู่แจจุงเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคงเดินเข้ามาใกล้ตนเรื่อยๆ ส่วนเขานั้นก็ถอยหลังจนแทบชิดติดหน้าต่างอยู่แล้ว

                "ถ้าฉันกลัวฉันคงไม่มาอยู่ตรงนี้หรอกจุนซู" ร่างสูงโปร่งพูดยิ้มๆเมื่อเห็นท่าทางลุกรนจองจุนซู ดวงตาเรียวเล็กมองไปรอบๆห้องแล้วมองไปยังหน้าประตูห้องเรียนด้วยความแปลกใจ เพราะทุกทีจะเห็นบอดี้การ์ดของตัวเองยืนอยู่หน้าประตูห้อง เป็นไปไม่ได้เลยว่าเจ้านั่นอยู่แล้วจะปล่อยให้แจจุงเข้ามาในห้องที่มีเพียงแค่เขาได้อย่างไร พอคิดว่าเจ้านั่นคงแอบอู้งานก็นึกโมโหไม่ได้

                "มองหาไอ้ยักษ์นั่นหรอ ฮึ!"ร่างสูงพูดเหมือนรู้ความคิดของจุนซู  ส่วนจุนซูนั้นพยายามทำตัวให้ลีบที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะแจจุงค่อยๆเข้ามาประชิดเรื่อยๆ

                วงแขนแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อเชิตแขนสั้นยกขึ้นมาปิดกั้นทางหนีของจุนซู ตรึงร่างเล็กให้ยืนชิดผนังห้อง ดวงตาเรียวฉายแววตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด ผิดกับตอนแรกที่ยังปากกล้าท้าทายแจจุงเมื่อครู่ลิบลับ

            ภาพเหตุการณ์ในคืนที่จุนซูโดนบังคับขืนใจนั่นยังแจ่มชัดอยู่ในความรู้สึก ร่างเล็กเริ่มหน้าซีดตัวสั่น มือเล็กยกขึ้นกั้นแผ่นอกแกร่งของแจจุงที่ค่อยๆแนบชิดเข้ามา ร่างเล็กเบิกตากว้าง หยาดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า หยดย้อยลงตามลำคอขาวเนียน แต่มันทันที่หยาดหยดแห่งความหวาดกลัวนั้นจะไหลสัมผัสเนื้อผ้าก็ถูกเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาของแจจุงแนบเรียวปากเข้ากับซอกคอของร่างเล็กอย่างรวดเร็ว ดูดกลืนหยาดน้ำและสูดดมกลิ่นกายของจุนซูด้วยความกระหายอย่างไม่ปิดบัง

                "อ๊ะ!...หยุดนะไอ้บ้า!! ไม่!.....ไม่!.....ถอยไป ถอยไป!! ช่วยด้วย !!~ ใครก็ได้!" ไม่ทันทีจุนซูจะได้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่อาจบังเอิญผ่านมาหน้าห้อง ริมฝีปากเล็กได้รูปก็ถูกฉกฉวยไปเสียก่อน

                "อื้อ!!.....!~............อื้อ.....มะ..........อื้อ.." มือเล็กของจุนซูเลื่อนขึ้นทุบแผ่นอกแกร่งของแจจุง  ทั้งจิกทั้งข่วนจนลำคอของแจจุงขึ้นรอยแดงเป็นทางยาว พร้อมกับเลือดที่ซึมไหลออกมาจากรอยถลอกที่นูนขึ้นมา แต่ยิ่งร่างเล็กร้อนรนแบบนี้ ยิ่งจุนซูทำท่าทางรังเกียจเขาแบบนี้ มันยิ่งเป็นการกระตุ้นให้แจจุงเกิดอารมณ์รุนแรงอยากจะสยบร่างเล็ก เขาจะทำให้จุนซูอ่อนยวบอยู่ใต้ร่างเขาร้องขอสิ่งน่าอับอายออกมาจากเรียวปากน่ารักๆนี่ให้ได้

            "ฮึก...ฮ้า...ปะ.....ปล่อยเรานะ !! ............อื้อ!!" ร่างเล็กทันได้ร้องประท้วงเล็กน้อยยามที่เจ้าของริมฝีปากจอมฉวยโอกาสนั้นปรับเปลี่ยนมุมสัมผัส แต่ก็ทำได้แค่เพียงส่งเสียงอื้ออึงเท่านั้น เรียวปากของคนที่ดิ้นราขัดขืนก็ถูกประกบซ้ำอีกครั้งอย่างลึกซึ้งและไม่ผ่อนปรน ทำเอาเรียวขาเล็กสั่นสะท้าน

                จุนซูรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงถูกดูดออกไปจากร่างกายผ่านริมฝีปากร้อนที่แนบประกบเขา ความอุ่นชื้นค่อยๆแทรกแยกกลีบปากเล็กให้เผยอออกเลียไล้เข้าเล่นกับฟันซี่เล็กของจุนซู ร่างเล็กพยายามเบี่ยงศีรษะหนีแต่ก็ถูงมือหนาล็อคปลายคางไว้ให้หยุดนิ่ง มือเล็กเลื่อนขึ้นกำข้อมือแกร่งพยายามดึงให้ตัวเองหลุดออกจากการควบคุมของคนน่ารังเกียจแต่เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ก็ทำอะไรแจจุงไม่ได้เลยซักนิด

                สุดท้ายมือเล็กก็หมดเรี่ยวแรงปล่อยทิ้งลงข้างลำตัว ใบหน้าเล็กถูกบังคับให้แหงนเงยขึ้นรับจูบอันหนักหน่วงและรุกเร้า เรี่ยวลิ้นอุ่นสอดเข้าควานสัมผัสด้านในโพรงปาก รสชาติหวานลิ้นทำเอาแจจุงเคลิบเคลิ้มจนแทบบ้าคลั่ง มือหนาสอดเข้าท้ายทอยของร่างเล็กบังคับให้จุนซูตอบสนองกับรสจูบของเขา เสียงครางอื้อในลำคอของคนถูกบังคับดังขึ้น จุนซูรู้สึกมึนงง ทุกอย่างพร่าไหวไอร้อนแห่งสัมผัสค่อยๆคุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ เสียงริมฝีปากของตนเองที่ถูกแจจุงดูดดึงอย่างดูดดื่มทั้งๆที่น่าอายแต่กลับกระตุ้นให้ตัวเองมึนเมาไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน บางครั้งก็รู้สึกวูบวายในอกเจ็บแปล๊บเล็กๆจนแทบยืนไม่ไหว

                แจจุงดันเรียวขาแกร่งเข้าแยกระหว่างกลางขาเรียวทั้งสองข้างของจุนซู เนื้อตัวส่วนล่างของร่างสูงแนบประชิดกับอีกฝ่ายจนแทบไม่มีช่องว่าง จุนซูรู้สึกถึงแรงเสียดสีผ่านเนื้อผ้าตรงท้องน้อยของตน ร่างเล็กเบิกตากว้างเมื่อรู้สึกถึงความแข็งขืนที่ดุดดันผ่านกางเกงเนื้อหนาของทั้งคู่ ภาพความเจ็บปวดของคืนนั้นวาบกลับเข้ามาอีกครั้ง จุนซูขัดขืนสุดแรงที่มีอยู่ ใบหน้าเล็กส่ายไปมามือเล็กเลื่อนขึ้นปัดป้องตัวเองพร้อมกับส่งเสียงร้องอย่างหวาดกลัวราวกับคนเสียสติทำเอาแจจุงผงะออกด้วยความตกใจไม่น้อย

                "ไม่!!....อย่านะ!! ....ไม่เอา ไม่.....ฮึก..........ไม่ !~ ออกไป ออกไป!!" มือเล็กที่พยายามปัดป้องร่างกายตัวเองจากคนแข็งแรงกว่าทุบตีเข้าที่หน้าอกของแจจุง ร่างสูงจับข้อมมือของคนที่โวยวายด้วยความกังวล

                "จุนซู!!.... นายเป็นบ้าอะไร!"

                "ไม่!! ฮือ...ออกไป.....ไปให้พ้น.......อย่าทำอะไรเรานะ!!" จุนซูได้แต่ร้องโวยวายเสียงลั่นห้อง ร่างสูงรู้สึกท่าจะไม่ค่อยดีเลยดึงร่างเล็กมาสวมกอดไว้แนบแน่น แต่ยิ่งทำอย่างนั้นจุนซูยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังถูกทำร้าย

                "ไม่....ไม่............อย่าทำอะไร.....อย่า!!"

                "จุนซู!!~ ฉันไม่ทำอะไรนายแล้ว หยุดโวยวาย!! หยุดเดี๋ยวนี้ไม่งั้นจะปล้ำนายตรงนี้และเดี๋ยวนี้เลย ถ้านายยังไม่เลิกโวยวายเหมือนคนบ้าแบบนี้!!~" แจจุงตะคอกเสียงดุใส่ร่างเล็ก  ได้ผลชะงักจุนซูหยุดดิ้นขัดขืนและหยุดร้องโดวยวายทันที ดวงตาเล็กที่ปริ่มไปด้วยน้ำใสฉายแววระแวงปนหวาดกลัว

                แจจุงแทบไม่อยากเชื่อสายตาเลยว่าคนดื้อรั้นปากเก่งอย่างจุนซูจริงๆแล้วจะกลัวเขาถึงขนาดนี้ แต่ถ้ากลัวโดนเขาทำร้ายขนาดนี้แล้วทำไมถึงยังแสดงท่าทางท้าทายเขาอยู่ตลอด จุนซูพยายามดิ้นให้หลุดออกจากวงแขนแกร่งเป็นระยะแต่แจจุงก็ยังไม่ยอมคลายวงแขนเสียที

                "ปะ...ปล่อย!!....ไหนนายบอกจะปล่อยเรา" จุนซูพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหล เพราะเขาไม่อยากแสดงความอ่อนแอต่อหน้าแจจุง  

                "ใครบอกว่าฉันจะปล่อยนาย ฉันแค่บอกว่าจะไม่ทำอะไรนายตรงนี้เท่านั้นถ้านายเลิกโวยวาย หัดฟังอะไรให้มันชัดเจนบ้างนะ" แจจุงยิ้มยั่วที่เห็นจุนซูทำสีหน้าไม่พอใจในคำพูดของเขา ร่างเล็กพยายามดิ้นขลุกขลักอยู่ในวงแขน แต่ยิ่งดิ้นแจจุงก็ยิ่งรัดแน่น จุนซูเลยยอมยืนอยู่นิ่งๆ ดวงตาเรียวเล็กสบเข้ากับแววตาเป็นประกายอย่างเจ้าเล่ห์ของแจจุงอยู่เนิ่นนาน ไม่มีใครยอมละสายตาไปก่อนเหมือนทั้งคู่กำลังทำสงครามกันด้วยสายตาถ้าหากว่าไม่มีเสียงพูดคุยของคนอื่นที่กำลังเดินใกล้เข้ามาหน้าประตูห้อง

                จุนซูออกแรงผลักร่างสูงทันทีเมื่อรู้สึกว่าวงแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของแจจุงคลายออก ร่างเล็กรีบคว้ากระเป๋าเป้แล้ววิ่งสวนกับคนอื่นๆที่กำลังเดินเข้ามาในห้องทันที  ส่วนคนอื่นๆนั้นได้แต่ยืนงงกันเป็นทิวแถว เพราะว่าเวลานี้มันเวลาเข้าเรียนแล้วแต่จุนซูกลับวิ่งออกไปหน้าตาเฉย แต่พอหันกลับเข้ามาในห้องก็รู้คำตอบได้ทันทีว่าทำไมจุนซูถึงได้ไม่อยากอยู่ คนอื่นๆค่อยๆทยอยเดินกันเข้ามาในห้องที่เงียบกริบ ความครื้นเครงในห้องเหมือนเมื่อตอนที่ไม่มีแจจุงอยู่เป็นอาทิตย์นั้นราวกับเรื่องโกหก แจจุงถอนหายใจเสียงดังก่อนจะเตะเก้าอี้ข้างกายให้ล้มลงไปนอนกลิ้งกับพื้น แล้วเดินเปิดประตูกระแทกออกจากห้องไปด้วยความหงุดหงิด

                "ไอ้พวกงี่เง่า ขัดจังหวะกูอยู่เรื่อย" ร่างสูงเดินเอามือล้วงกระเป๋าออกนอกอาคาร สบถออกมาบางครั้งเมื่อเห็นอะไรขัดหูขัดตา

 

YUNHO X YUCHUN

 

                เมื่อไม่มีที่ไป ห้องเรียนก็ไม่อยากเข้าเพราะมีคนที่ตนเกลียดขี้หน้าอยู่จุนซูเลยมาเดินเตร็ดเตร่อยู่ในห้างดังของเมืองหลวง สีหน้าของร่างเล็กดูเบื่อหน่ายเต็มทน จุนซูรู้สึกว่าทุกวันนี้เขาไม่มีความสุขเอาเสียเลยยามไม่มียุนโฮอยู่เคียงข้าง  จุนซูถอนหายใจอีกครั้งเมื่อนึกถึงคนรักที่ดูท่าจะเห็นงานสำคัญกว่าตน แต่จะให้เอาแต่ใจกับพี่ยุนโฮมากเกินไปก็ไม่ดี เพราะรังแต่จะทำให้ร่างสูงลำบากใจ จุนซูอยากเป็นคนดีของยุนโฮเลยได้แต่เก็บความน้อยใจเอาไว้ในอก ถึงแม้ว่ายุนโฮจะยอมตามใจจุนซูทุกอย่างแต่นั่นก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่ายุนโฮรักจุนซูเหมือนที่จุนซูเลยซักนิด เพราะการกระทำบางอย่างของยุนโฮทำให้จุนซูไม่แน่ใจว่าที่ยุนโฮยอมเป็นคนรักของเขานั้นเพราะความรักหรือเพราะเกรงใจแดดดี้ของจุนซูกันแน่

                "พี่ยุนโฮฮ่ะ พี่อยู่ที่ไหน จุนซูคิดถึงพี่จะแย่อยู่แล้วนะฮ่ะ" ร่างเล็กได้แต่เดินคอตกออกมาจากห้าง ตอนนี้รู้สึกอยากพบชายหนุ่มอย่างมาก มีหลายเรื่องที่อยากถาม หลายเรื่องที่อยากบอก ร่างเล็กตัดสินใจโบกรถแท็กซี่ไปยังบ้านของชายหนุ่มที่เคยให้ที่อยู่เอาไว้  ถึงแม้ว่าไปแล้วจะไม่เจอยุนโฮก็ตาม แค่ขอได้ไปในที่ๆมีความหมายกับยุนโฮเท่านั้นอาจจะทำให้จุนซูรู้สึกสบายใจขึ้นมาได้บ้าง

                เมื่อรถแท็กซี่แล่นมาจอดหน้าประตูรั้วที่เต็มไปด้วยไม้เลื้อยขึ้นรกเต็มไปหมดเหมือนกับว่าปิดร้างไว้นานแล้ว ร่างเล็กก็แปลกใจ ถึงยุนโฮจะบอกว่าทำงานอยู่ที่ต่างเมืองแต่ก็ไม่น่าจะปล่อยบ้านของตัวเองให้อยู่ในสภาพเหมือนว่าไม่เคยมีใครอยู่มาเป็นเดือนๆแบบนี้

                จุนซูขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะทำใจกล้าดันประตูรั้วที่เปิดแง้มไว้อยู่แล้วเล็กน้อย ร่างเล็กเดินผ่านสวนหย่อมหน้าบ้านที่มีแต่ต้นหญ้าขึ้นรกรุงรังเต็มไปหมด แขกที่ไม่ได้รับเชิญเอียงคอเล็กน้อยเมื่อมองไปยังประตูหน้าบ้านที่ดูเหมือนจะไม่ได้ล็อคเพราะเขาลองขยับลูกบิดดูแล้วปรากฎว่าเปิดเข้าไปในบ้านได้ จุนซูค่อยๆชะโงกหน้าผ่านบานประตูเข้าไปอย่างแผ่วเบาที่สุดเพราะกลัวว่าอาจจะมีคนเข้ามางัดแงะบ้านของคนรักของตน

                พอร่างเล็กยื่นหน้าเข้ามาภายในบ้านได้เท่านั้นปลายจมูกแหลมต้องย่นยู่ทันทีเพราะกลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นแอลกอร์ฮอลที่คละคลุ้ง เครื่องใช้ต่างๆภายในบ้านหลังเล็กๆนี่ถูกคลุมด้วยผ้าที่เคยขาวสะอาดเพราะตอนนี้เกาะเต็มไปด้วยฝุ่นหนา จุนซูเดินสำรวจทั่วห้องโถงรับแขกเล็กๆไปเรื่อยๆ ตามทางมีขวดเบียร์ขวดเหล้าวางระเกะระกะตามพื้น มือเล็กยกขึ้นปิดจมูกตัวเองเพราะรู้สึกแสบฉุนกับกลิ่นอับเหม็น

                "ฮึ! พี่ยุนโฮนะ บ้านโดนงัดเข้ามาแบบนี้ตัวเองไปอยู่ที่ไหนกันนะ" จุนซูถอนหายใจยืนกอดอกมองสภาพบ้านที่สกปรกจนรับไม่ได้ ซักพักร่างเล็กก็ต้องสะดุ้งตกใจจนตัวโยน ร่างเล็กรีบฟุบตัวลงกับพื้นฝุ่นทันทีเมื่อมีเสียงดังออกมาจากด้านให้ห้องเล็กๆที่อยู่ถัดจากห้องครัวไปเล็กน้อย

                "คะ...ใครน่ะ!..หรือจะเป็นขโมย!!" เสียงจุนซูเริ่มสั่น เริ่มนึกเสียใจที่ไม่น่ากล้าเข้ามาในนี้คนเดียวเลย จุนซูค่อยคลานไปยังหน้าประตูบ้านหมายจะออกไปด้านนอกแต่ว่าเสียงๆหนึ่งที่ดังออกมาจากห้องที่อยู่ด้านหลังเขานั้นทำเอาร่างเล็กต้องหยุด

                จุนซูยืนขึ้นปัดเนื้อตัวเลอะฝุ่นของตัวเองแล้วค่อยๆก้าวไปยังต้นเสียงของใครบางคนที่กำลังไออยู่ด้านในห้องนั้น นิ้วเรียวค่อยๆผลักบานประตูเข้าไปช้าๆเผื่อดูให้แน่ใจว่าคนที่อยู่ด้านในห้องเป็นคนๆเดียวกับที่เขาคิดถึงหรือเปล่า

                "พะ...พี่ยุนโฮ!!" ทั้งเสียงเรียกคนรักและเสียงหัวใจที่เต้นรัวดังขึ้นพร้อมกัน ร่างเล็กรีบโผเข้ากอดชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งพิงแผ่นหลังอยู่กับผนังห้องน้ำด้วยท่าทางเมามายไม่ได้สติอย่างดีใจ

 

TBC...

 

วันนี้มาลงให้แค่สองตอนนะคะ ปวดคอมากๆเลย นั่งหน้าคอมนานๆแล้วเมื่อยมากๆ 

( เพราะมัวแต่จัดแต่งฟาร์มอยู่ )